คลังเก็บป้ายกำกับ: ไม่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

แอร์เย็นฉ่ำทำผมแห้งเสีย ???

เครื่องปรับอากาศกับสุขภาพผม

โดยธรรมชาติแล้วบ้านเราแดดแรง ปัญหาพื้นฐานจึงหนีไม่พ้นปัญหาผมแห้งจากการโดนแดดและรังสี UVA และ UVB ในแสงแดด ยิ่งสาวออฟฟิศที่ต้องตามเทรนด์ผมใหม่ๆ ก็ต้องมีการทำสีซึ่งทำให้ผมต้องสัมผัสกับไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ไหนทุกเช้าจะต้องสระผม ดราย หนีบ ยี ม้วน สารพัดกระบวนการมากันครบ เพื่อเซตผมให้สวยทุกวัน

นอกจากกระบวนการทำร้ายผมที่เห็นกันได้ชัด ๆ แล้ว ยังมีสาเหตุหลักๆ ที่ทำลายเส้นผมให้แห้งเสียโดยไม่รู้ตัวอีก ซึ่งหลายคนคงคาดไม่ถึง นั่นคือ

การอยู่ในห้องแอร์”ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ air conditioner hair
การอยู่ในห้องแอร์ตลอดเวลาทำให้ผมแห้งได้ เพราะการอยู่ในห้องแอร์ทำให้ผมสูญเสียความชุ่มชื้น และอากาศในห้องแอร์มีความชื้นน้อย ทำให้ในช่วงชั่วโมงแรกๆ ที่อยู่ในห้องแอร์ต่อมไขมันที่หนังศีรษะจะจับสัญญาณได้ว่าตอนนี้ร่างกายอยู่ในที่แห้งและเย็น จึงขับไขมันออกมาเพื่อรักษาและกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ ทำให้ช่วงโคนผมจะเริ่มมัน สักพักเมื่อต่อมไขมันขับไขมันออกมามากจนล้า ก็เลิกขับ ไขมันจึงออกมาไม่ถึงปลายเส้นผม ทำให้ปลายผมเริ่มแห้ง

ปัญหาจะยิ่งมีมากขึ้น ในรายที่อยู่ในห้องแอร์สลับกับการออกไปโดนแดด เช่น การออกไปนอกออฟฟิศในช่วงพักกลางวัน เพราะทำให้ต่อมไขมันทำงานรวนมากขึ้นไปอีก


พฤติกรรมทำผมแห้งเสีย

ยิ่งผมแห้งเสีย หลายคนยิ่งหาทางออก แต่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุทำให้ปัญหายิ่งลุกลาม ทำให้ผมแห้งกรอบ แตกปลาย เปราะขาดง่าย สาวๆ ที่มีผมแตกปลายหลายคนแก้ปัญหาโดยการมัดผม ซึ่งวิธีนี้ไม่ใช่ทางออกที่ดีเลย
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ มัดผม ผู้ชาย
เพราะการมัดผมทำให้เกิดแรงเหนี่ยวรั้ง ทำให้หนังศีรษะตึง ทำให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงหนังศีรษะได้ไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งมีผลต่อการควบคุมต่อมไขมันบนหนังศีรษะ เพราะสุขภาพหนังศีรษะที่ดีต้องมีการไหลเวียนของเลือดที่ดีและเพียงพอมาหล่อเลี้ยงด้วย แนะนำว่า ถ้าผมแห้งเสีย แตกปลาย ให้ตัดผมส่วนนั้นออก เพราะไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาดีดังเดิมได้ แล้วเลิกมัดผมสักระยะหนึ่ง ปล่อยผมสบายๆ จะช่วยฟื้นฟูสุขภาพผมได้ดีกว่า

นอกจากนี้การสระผมไม่ถูกวิธีก็เป็นสาเหตุของผมแห้งเสีย ใครที่คิดว่าการสระผมบ่อย ๆ เป็นการทำความสะอาดเส้นผมและได้บำรุงผมทุกวัน อาจไม่ถูกต้องนักโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าไม่รู้จักเลือกใช้แชมพูที่เหมาะกับผมแห้งเสียหนังศีรษะมีค่าพีเอชเป็นกรด คือ 5.5 รากผมก็มีค่าพีเอชเป็นกรดเช่นกัน คือ 3.6 แชมพูที่มีความเป็นด่างมากเกินไปทำให้สภาพความเป็นกรดของเส้นผมและ

หนังศีรษะถูกทำลายโดยด่างจากแชมพู Cuticle ที่หุ้มผมเกิดการหลุดลอก ผมเปราะบาง เกิดเป็นผมแตกปลาย ไม่สามารถรักษาสภาพของ Cuticle ให้มีสุขภาพดีเอาไว้ได้ ยิ่งสระผมบ่อย ผมจะยิ่งแห้งเสีย


บำรุงผมแห้งเสียอย่างไรให้ตรงจุด

กินอาหารบำรุงผม

เรามาเริ่มที่อาหารการกินกันก่อนเลย หมอขอแนะนำให้กินอาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง วิตามินบี วิตามินเอ วิตามินดี และวิตามินอี เพราะคนที่ผมแห้งเสียมักขาดสารอาหารเหล่านี้ วิตามินบี วิตามินเอ วิตามินดี และวิตามินอี ยังทำหน้าที่เป็นโคแฟ็กเตอร์ควบคุมการทำงานของต่อมไขมันบนหนังศีรษะในการสร้างน้ำมันมาหล่อเลี้ยงเส้นผม ช่วยให้ Cuticle บนพื้นผิวของเส้นผมปิด ไม่หลุดลอกง่าย

เลือกแชมพูเป็น & สระผมถูกวิธี

ใช้แชมพูและคอนดิชันเนอร์ที่มีค่าความเป็นกรด – ด่างที่สมดุล (PH Balance) ดังนั้นการเลือกแชมพูสำหรับผมแห้งแตกปลายควรดูส่วนผสมที่มีคำว่าแอซิด (Acid) อยู่ด้วย เช่น แล็กติกแอซิด (Lactic Acid) ไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะทำให้เราได้แชมพูที่มีค่าความเป็นกรด – ด่างน้อยลง และมีส่วนผสมบำรุงสำหรับผมแห้ง เช่น น้ำมันมะพร้าว โคโคนัทออยล์เชียบัตเตอร์ ที่สำคัญอย่าสระผมทุกวัน อย่าสระผมแล้วนอนเลย อย่าดรายผมบ่อยถ้าดรายให้เป่าลมอุณหภูมิปกติ อย่าใช้ลมร้อน เสร็จแล้วควรซับผมแล้วห่อผมด้วยผ้าขนหนู ปล่อยให้ผมค่อยๆ แห้งหมาด จากนั้นเป่าด้วยลมอุณหภูมิปกติจนแห้งสนิทวิธีนี้ช่วยให้ผมกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น


ปกป้องเส้นผม

หากนอนห้องแอร์ แนะนำให้ตั้งแก้วน้ำไว้ใกล้ๆ เพื่อสร้างความชื้นในอากาศ หากต้องตากแดดนาน ๆ หรือไปว่ายน้ำ แนะนำให้ชโลมน้ำมันป้องกันไม่ให้ความร้อนทำร้ายเส้นผมและป้องกันน้ำไม่ให้ระเหยออกไป เลือกน้ำมันที่บางเบา ซึมซาบง่าย ใช้ได้หมดทั้งน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันอะโวคาโดน้ำมันนีม น้ำมันอัลมอนด์ โดยควรใช้น้ำมันจากพืชที่เป็นออร์แกนิกจะดีที่สุด

บำรุงล้ำลึก

คนที่มีผมแห้งเสียง่าย นอกจากการหมักผมด้วยน้ำมันที่นิยมทำกันแล้ว (ต้องหมักครั้งละ 30 นาที ถึงจะได้ผลดีนะคะ) หมอขอแนะนำสูตรมาสก์ผมสำหรับเติมความชุ่มชื้นให้เส้นผมโดยเฉพาะ ดังต่อไปนี้ค่ะ

สูตร 1 HEY HAIR MASK

มาสก์ผมสูตรนี้มีชื่อว่า HEY ชื่อน่ารักๆ นี้ย่อมาจากตัวอักษรตัวแรกของชื่อส่วนผสมทั้งสามอย่าง คือ น้ำผึ้ง (Honey) ไข่ (Egg) และโยเกิร์ต (Yogurt) รับรองว่ามาสก์แล้วมีเฮแน่นอน เพราะเติมความชุ่มชื้นได้ลึกถึง Cuticle เลยทีเดียว เนื่องจากโยเกิร์ตมีแล็กติกแอซิด ไข่มีโปรตีนช่วยสมาน Cuticle น้ำผึ้งช่วยเติมความชุ่มชื้น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ honey egg yogurtส่วนผสม

น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ

ไข่ (ใช้ทั้งไข่แดงและไข่ขาว) 2 ฟอง

โยเกิร์ต 1 ถ้วย

แอลมอนด์ (ถ้ามี)

วิธีทำ

ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ชโลมลงบนเส้นผม แล้วคลุมผมไว้ 30 นาที เสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์วินีการ์ผสมกับน้ำสะอาดอย่างละครึ่ง จะใช้น้ำมะนาวหรือมะกรูดแทนก็ได้ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำให้คิดถึงภูมิปัญญาการสระผมด้วยมะกรูดของคนโบราณซึ่งช่วยให้ผมแข็งแรงไม่หลุดร่วงหรือแตกปลายง่าย นั่นเพราะวิธีนี้เป็นการสร้างสภาพความเป็นกรด ซึ่งดีต่อผมและหนังศีรษะนั่นเอง


สูตร 2 DIY SHEA BUTTER HAIR MASK

สูตรนี้ สามารถเติมความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมได้ถึงขีดสุด สำหรับคนที่ผมแห้งเสียมากแต่เนื่องจากบ้านเราหาเชียบัตเตอร์ได้ยาก จึงขอแนะนำสูตรที่สามารถเติมความชุ่มชื้นได้ใกล้เคียงกับเชียบัตเตอร์ ลองทำดู
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ SHEA BUTTER HAIR MASK
ส่วนผสม

เนยแท้ (ประมาณครึ่งก้อน) 100 กรัม

ไข่ 2 ฟอง

น้ำมันมะกอก / น้ำมันมะพร้าว 1-2 ถ้วย

วิธีทำ

ผสมส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน ชโลมลงบนเส้นผม แล้วคลุมผมไว้ 30 นาที เสร็จแล้วล้างออกด้วยวิธีเดียวกับสูตรที่ 1


ข้อมูล: ผู้จัดการออนไลน์

รวม 5 อาหารที่ทำให้ผมสวยเงางามเหมือนสปาผม

บทความนี้เราจะมาพูดกันเกี่ยวกับสุขภาพผมกันหน่อย เพราะคนเราเมื่ออายุมากขึ้นส่วนต่างๆของร่างกายเราก็จะเสื่อมลงเป็นธรรมดารวมถึงเส้นผมด้วย แม้ว่าผมจะร่วงยังไงผู้หญิงก็ไม่มีกรรมพันธุ์หัวล้าน แต่เส้นผมที่ขาดหลุดร่วงเป็นจำนวนมากนั้นนอกจากจะทำให้ผมบางลงจนเสียบุคลิกภาพแล้วยังเป็นการบ่งบอกด้วยว่าสุขภาพของเราเริ่มไม่ดีแล้ว

 

วันนี้เราจึงอยากจะขอแนะนำให้เพื่อนๆได้รู้จักอาหารที่สามารถหาทานได้ง่าย 5 อย่างที่มีคุณสมบัติช่วยทำให้เส้นผมของคุณกลับมาแข็งแรงมีสุขภาพดี เงางามมีน้ำหนักและไม่ขาดหลุดร่วงง่าย ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นเราลองมาดูกันเลยครับ

 

 

1. เห็ด


 

สำหรับสาวๆที่สังเกตบนหัวของตัวเองแล้วพบว่าเริ่มมีผมขาวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่จะช่วยคุณได้ก็คือเห็ดสารพัดชนิด ที่เป็นเป็นนั้นได้ก็เพราะเห็ดเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุทองแดง (Copper) ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยชะลอการเกิดผมหงอก นอกจากนี้เห็ดยังเป็นแหล่งโปรตีนที่จะไปช่วยบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรงอีกด้วย

 

2. เมล็ดอัลมอนด์

 

ใครที่รู้สึกหนังศีรษะบาง คัน มีรังแคเยอะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าหนังศีรษะของคุณเริ่มอ่อนแอ ในกรณีนี้เมล็ดอัลมอนด์สามารถช่วยคุณได้ เพราะอัลมอนด์เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี โปรตีน และสารต้านอนุมูลอิสระที่จะไปช่วยฟืนฟู บำรุงหนังศีรษะที่อ่อนแอให้กลับมามีสุขภาพที่ดีอีกครั้ง และยังช่วยปกป้องหนังศีรษะจากอันตรายของรังสียูวีอีกด้วย

3. สตรอวเบอร์รี่



สตรอเบอร์รี่หรือผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ทั้งหลายเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง รวมถึงผลไม้ตระกูลส้มด้วย สามารถช่วยบำรุงเส้นผมได้ เพราะผลไม้รสเปรี้ยวเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินซีซึ่งมีส่วนในการสร้างโปรตีนและมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการป้องกันความเสื่อมของเส้นผมและหนังศีรษะ ทานเป็นประจำจะช่วยให้เส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรง เส้นผมไม่ขาดหลุดร่วงง่าย

4. อกไก่

สาวๆ คนไหนผมเริ่มบาง อกไก่สามารถช่วยคุณได้ ที่เป็นเช่นนั้นก็ไม่น่าแปลกใจเลย เพราะอกไก่คือแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน แต่เพื่อให้คุณได้รับประโยชน์จากอกไก่อย่างเต็มที่โดยไม่ได้รับพิษภัยจากไขมันเราขอแนะนำให้คุณทานอกไก่แบบไม่ติดหนังนะครับ เพราะโปรตีนคุณภาพสูงไขมันต่ำจากอกไก่นี่เองจะเป็นเร่งการงอกของเส้นผม ที่แม้ว่าเราจะต้านทานการหลุดร่วงของเส้นผมตามธรรมชาติที่จะร่วงวันละประมาณ 50-100 เส้นไม่ได้ แต่อกไก่สามารถเร่งการงอกของเส้นผมใหม่ได้ ผมของเราจึงสามารถหนาขึ้นได้

5. เมล็ดฟักทอง

สาวๆ ที่เริ่มมีปัญหาคันที่หนังศีรษะเพราะความแห้ง และรังแคเริ่มมากเป็นการบ่งบอกว่าหนังศีรษะของคุณกำลังขาดความชุ่มชื้น ซึ่งเมล็ดฟักทองสามารถช่วยปัญหานี้คุณได้ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะเมล็ดฟักทองเป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุสังกะสีหรือ ซิงค์ (Zinc) ที่มีคุณสมบัติช่วยป้องกันหนังศีรษะแห้งนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถหาเมล็ดฟักทองทานได้ง่ายๆในร้าน 7-11 เลยครับ

แหล่ะนี่ก็คือ 5 อาหารที่จะสามารถช่วยให้คุณต่อสู้กับปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะได้อย่างครบคลุมทุกประการ สาวๆคนไหนที่เริ่มมีปัญหาในเรื่องนี้ก็ควรรีบไปหามาทานโดยเร็ว หรือหากไม่สะดวกคุณอาจสามารถใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะแทนก็ได้ครับ

 


เป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากที่ได้อ่านจบไปคุณคิดว่าของเหล่านี้ยากเกินไปมั้ยที่จะหามาทาน

รู้หรือไม่ เราไม่ควรสระผมทุกวัน แล้วจริงๆ ควรสระผมบ่อยแค่ไหน อยู่ที่สภาพผมคุณ

ควรสระผมบ่อยแค่ไหน จะตอบคำถามนี้ได้ก็ต่อเมื่อเรารู้ว่าสภาพเส้นผม และสภาพผิวของคุณนั้นเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ การสระผมทุกวันไม่ใช่เรื่องที่ดี และหลายๆ คนก็ยังคงเข้าใจผิด เพราะคิดว่าการสระผมทุกวันนั้นจะทำให้ผมสะอาด ได้รับการบำรุงทุกวัน และขจัดปัญหาเรื่องผมมัน ผมหยิก หรือผมฝอยไปได้ เอาล่ะ.. เรามาดูกันดีกว่า ว่าจริงๆ แล้ว แต่ละสภาพผม ควรสระผมบ่อยแค่ไหน!

ควรสระผมบ่อยแค่ไหน

แต่ละสภาพผม ควรสระผมบ่อยแค่ไหน ?

  • มีผิวที่ค่อนข้างมัน

หากคุณมีสภาพผิวที่ค่อนข้างมัน นั่นหมายความว่า มีแนวโน้มสูงมากที่ผมของคุณจะมันง่ายด้วย ดังนั้นการสระผมที่เหมาะกับคุณ ก็คือ สระผมด้วยแชมพูทุกๆ 2 วัน และล้างผมด้วยน้ำสะอาดวันเว้นวัน ตามด้วยการใช้ Dry Shampoo

  • มีผมเส้นหนา ผมกระด้าง หรือ ผมหยักศก

ถ้าหากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ยิ่งคุณสระผมบ่อยก็จะยิ่งทำให้เส้นผมของคุณคลายน้ำออกมา และแห้งเสียมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณควรสระผมทุกๆ 2-3วัน โดยอย่าลืมที่จะลงคอนดิชันเนอร์ทุกครั้งหลังสระด้วยแชมพู เพื่อช่วยในการบำรุงและล็อกให้เส้นผมมีความชุ่มชื้น ทั้งนี้แนะนำให้คุณล้างผมด้วยน้ำสะอาดวันเว้นวันด้วย

ควรสระผมบ่อยแค่ไหน
  • มีผมสุขภาพดี

หากคุณมีผมสุขภาพดี คุณสามารถสระผมได้บ่อยมากกว่าคนที่มีผมประเภทอื่นขึ้นมาหน่อย โดยคุณสามารถสระผมแบบวันเว้น หรือจะสระผมทุกๆ 2วัน ก็ได้ และควรล้างผมด้วยน้ำสะอาดวันเว้นวัน สลับไปกับการสระผมด้วยแชมพู เพื่อล้างความมันส่วนเกินที่เส้นผมออก

  • เป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่ออกกำลังกายทุกวัน แต่คุณก็ไม่ควรที่จะสระผมทุกวัน สิ่งที่คุณควรจะทำก็คือการล้างผมด้วยน้ำสะอาด แล้วตามด้วย Dry Shampoo ในวันที่คุณไม่ได้สระผม แต่ถ้าหากคุณว่ายน้ำ ควรเลือกใช้แชมพูสูตรที่ทำความสะอาดเส้นผมได้ล้ำลึก และควรสระผมทันทีหลังขึ้นจากสระ เพราะมันสำคัญมากที่จะต้องล้างคลอรีนหรือความเค็มของน้ำออกจากเส้นผม อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือทรีทเม้นท์ ซึ่งจำเป็นมากที่จะต้องใช้มันหลังจากสระผมด้วยแชมพูสูตรที่ทำความสะอาดล้ำลึก เพราะแชมพูพวกนี้จะทำให้เส้นผมของคุณแห้งกว่าการใช้แชมพูแบบอื่นๆ

อ่านแล้วหวังว่าสาวๆ จะเลือกวิธีสระผมที่เข้ากับสภาพของเส้นผมตัวเองได้ เพื่อเส้นผมที่มีสุขภาพดีนะคะ

ข้อมูลจาก: mamamia

ป้องกันปัญหาเส้นผมในวันที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เยอะเกินมาตรฐาน

ปัญหาเส้นผมในวันที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เยอะเกินมาตรฐาน

 

ในวันที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เยอะเกินมาตรฐาน ไม่ได้แค่ส่งผลกระทบต่อร่างกายโดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจเพียงเท่านั้น แต่เส้นผมเองก็ได้รับผลกระทบที่หนักหนาสาหัสไม่แพ้กัน

การสวมหน้าอนามัยจึงเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันดูแลจากค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานเหล่านี้ แต่ทราบไหมว่าการป้องกันเส้นผมจากฝุ่นละอองก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเส้นผมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถป้องกันได้ 50-90 % เส้นผมจึงกลายเป็นแหล่งกับเก็บฝุ่นละอองชั้นดี โดยเฉพาะผู้ที่มีเส้นผมหนาหรือยาวซึ่งฝุ่นพิษนี้ส่งผลให้เกิดปัญหาเส้นผมแห้งกรอบ และผมร่วงตามมาในที่สุด จากสาเหตุการอุดตันของรูขุมขนบนหนังศีรษะ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งกำเนินของสิวอักเสบ สิวผด ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดอาการผมร่วม ทางที่ดีควรอย่าปล่อยให้ฝุ่นพิษมีผลกระทบต่อการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ

“ค่าฝุ่นละอองเกิดมาตรฐานไม่ได้เพียงแค่เป็นสาเหตุของโรคในระบบทางเดินหายใจ แต่ยังเป็นตัวการสำคัญที่อาจจะทำให้ผมร่วงได้ในที่สุดจากสาเหตุการอุดตันของรูขุมขนบนหนังศีรษะ ยังเป็นแหล่งกำเนิดของสิวอักเสบ สิวผด ทางที่ดีควรอย่าปล่อยให้ฝุ่นพิษมีผลกระทบต่อการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ”

 

วิธีป้องกันเส้นผมและหนังศีรษะ จากค่าฝุ่นละอองมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ดังนี้

1.มัดผม หรือถักเปียทุกครั้งเมื่อต้องออกไปเผชิญฝุ่น การมัดผม หรือถักเปีย จะเป็นการลดการกักเก็บฝุ่นละอองที่จะสามารถเข้ามาเกาะติดเส้นผม ซึ่งควรมัดผมแต่พอดี หากมัดหลวมจนเกินไป โอกาสที่ฝุ่นละออกจะถูกกักเก็บก็จะมีมากขึ้น และถ้าหากมัดแน่นจนเกินไปก็อาจจะส่งผลกระทบต่อรากผมทำให้เกิดอาการผมร่วงได้ในอนาคต

2.อาบน้ำสระผมทันทีที่ถึงบ้าน การดูแลป้องกันเส้นผมจากฝุ่นละอองนั้น ไม่ควรปล่อยให้ฝุ่นละอองเกาะติดและกักเก็บในเส้นผมนานเกินไป เมื่อถึงบ้านควรอาบน้ำ รวมถึงสระผมทันทีเพื่อลดต่อการก่อตัวของแบคทีเรียที่มากับฝุ่น ที่สำคัญยังช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนบนหนังศีรษะอีกด้วย

เลือกใช้แชมพูที่เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้หนังศีรษะทำงานหนักจากส่วนผสมที่ไม่ตอบโจทย์ และที่สำคัญแชมพูที่ใช้ควรมีส่วนผสมในการชะล้าง กำจัดสารตกค้างทั้งจากฝุ่นละออง มลภาวะ และสารเคมีได้อย่างหมดจด

ข้อมูล :  ThaiPR.net

12 สาเหตุของผมร่วง

ปัญหาผมร่วงผมบางเป็นปัญหาใหญ่ ของใครหลายๆ คน ซึ่งอาจจะไม่กระทบต่อร่างกายโดนตรง แต่มีผลกระทบอย่างแรงต่อสภาพจิตใจ บุคลิกภาพ รวมถึงการเข้าสังคม ทำให้ขาดความมั่นใจและความเครียด

ถ้าผมคุณร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวันในวันที่ไม่ได้สระผม หรือ 200 เส้นในวันที่สระผม แสดงว่าคุณกำลังมีปัญหาผมร่วงอยู่!! ผมร่วงนอกจากเกิดจากกรรมพันธุ์แล้ว ยังเกิดจากกิจวัตรประจำวัน พฤติกรรมต่าง ๆ ของเราที่เป็น สาเหตุผมร่วง ได้อีกด้วย เช่น

1. ขาดสารอาหาร

อาจจะเกิดจากการรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ ไม่ถูกสุขลักษณะหรือไดเอทผิดวิธี แต่ละวันควรเน้นรับประทานอาหารที่มีโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจากถั่วเหลือง ดื่มน้ำให้เพียงพอหรือดื่มไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตร งดอาหารที่ใส่ผงชูรส งดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่

2. สระผมอย่างถูกวิธี

ไม่ควรสระเกินวันละ 1 ครั้ง ก่อนสระผมด้วยแชมพูควรล้างผมด้วยน้ำเปล่าก่อนประมาณ 15 วินาทีแล้วค่อยลงแชมพูทุกครั้ง เพื่อช่วยชะล้างสิ่งสกปรกที่ติดอยู่บนเรือนผมออกไปก่อน และในขณะสระผมก็ไม่ควรขยี้ผมหรือเกาหนังศีรษะแรง ๆ เพราะจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อของหนังศีรษะ แต่ให้เปลี่ยนมาสระผมโดยใช้วิธีนวดหนังศีรษะแทน โดยใช้ปลายนิ้วนวดเป็นวงกลมเบา ๆ ในขณะสระผม ซึ่งนอกจากจะช่วยถนอมเส้นผมและหนังศีรษะแล้ว ยังช่วยทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นอีกด้วย

สาเหตุผมร่วง

3. สระผมด้วยน้ำอุ่นบ่อย ๆ

หลายคนอาจจะรู้สึกฟินเวลาที่สระผมด้วยน้ำอุ่น แถมยังคิดไปว่าการสระผมด้วยน้ำอุ่นจะช่วยชะล้างความสกปรกที่เกาะติดเส้นผมได้มากกว่าน้ำอุณหภูมิปกติ แต่ความจริงแล้วน้ำอุ่นนี้แหละที่เป็นผู้ร้ายตัวจริงในการทำร้ายเส้นผมของเรา ทั้งทำให้ผมแห้งแตกปลาย หนังศีรษะแห้ง จนในที่สุดเส้นผมก็มีสภาพอ่อนแอและหลุดร่วงจากหนังศีรษะอย่างง่ายดาย

4. ทำรุนแรงกับผมในขณะผมเปียกชื้น

แค่การหวีผมแรง ๆ ก็ทำร้ายเส้นผมให้อ่อนแอได้มากอยู่แล้ว ยิ่งถ้าคุณยังทำรุนแรงกับเส้นผมขณะที่ยังเปียกอยู่ด้วยแล้ว ก็คงยากที่เส้นผมจะแข็งแรง เพราะเส้นผมที่เปียกชื้นจะบอบบางกว่าปกติหลายเท่า ดังนั้นการหวีผมหรือใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมแรง ๆ การผูกผมในขณะที่ผมยังเปียกอยู่ ก็สามารถทำให้สารเคลือบผมและโปรตีนในเส้นผมถูกทำลายไปได้

5. จัดแต่งทรงผมด้วยความร้อน

การไดร์ผมหรือหนีบผมด้วยความร้อนเป็นประจำเป็นการทำร้ายเส้นผมอย่างรุนแรงมาก เพราะความร้อนจะไปทำลายเคลือบผมและโปรตีนที่หล่อเลี้ยงเส้นผม ส่งผลให้ผมแห้งเสียแตกปราย เปราะบางและหลุดร่วงได้ง่าย แนะนำให้เปลี่ยนมาใช้พัดลมเป่าผมแทน หรือเลือกปรับโหมดไดร์เป่าผมให้เป็นแบบลมเย็นธรรมดา แต่ถ้าจำเป็นต้องไดร์ร้อนก็ให้ถือไดร์ให้ห่างจากเส้นผมประมาณ 1 ฟุต หรือเคลือบเส้นผมด้วยเซรั่มป้องกันความร้อนก่อนการจัดแต่งทรงผม

6. ใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมที่มีเนื้อหนาและหนัก

ผลิตภัณฑ์พวกนี้จะช่วยล็อกทรงผมให้อยู่ทรงได้ตลอดทั้งวัน และมักมีส่วนผสมของแอกอฮอล์อยู่มาก ซึ่งเจ้าแอลกอฮอล์นี่แหละที่เป็นตัวการทำให้ผมแห้งเสียแตกปลายได้ ดังนั้นการหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งผมที่มีเนื้อบางเบา หรือแบบสเปรย์ที่ไม่ได้เกาะติดอยู่บนผมจนทำให้ผมเหนียวเหนอะหนะจะดีกว่า

7. ใช้สารเคมีกับผม เช่น ย้อมสีผม ยืดผม ดัดผม เป็นต้น

สาเหตุผมร่วง

8. มัดผมแน่นเกินไป

การมัดผม รวบผม หรือการถักเปียที่แน่นมากจนเกินไปจะทำให้โครงสร้างของเส้นผมเกิดการหักงอหรือผิดรูปแล้ว ยังอาจไปทำร้ายเคลือบผมทางอ้อมได้อีกด้วย หลีกเลี่ยงการสวมหมวก ก็จะเป็นการช่วยทำให้เส้นผมของคุณมีสุขภาพดีขึ้นมาได้บ้าง อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาผมเปราะบางหลุดร่วงได้อีกทางหนึ่งด้วย

9. เข้านอนและมัดผมในขณะผมยังเปียกชื้นอยู่

เนื่องจากเชื้อราที่เกิดจากความเปียกชื้นจะก่อตัวกับกลุ่มกันที่บริเวณหนังศีรษะ หากปล่อยทิ้งไว้นาน ๆ ความชื้นจะแพร่กระจายไปยังหมอนและกลายเป็นเชื้อราที่มารังควานศีรษะเรา ทำให้หนังศีรษะมีกลิ่นเหม็นอับ เกิดอาการคัน และเป็นรังแค ทำให้รากผมไม่แข็งแรง สุดท้ายผมก็จะเปราะบางและหลุดร่วงไปในที่สุด

10. ตากแดดนาน ๆ

รังสียูวีเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นและทำลายสารเคลือบเส้นผม จนทำให้ผมเปราะขาดหลุดร่วงได้ง่าย ดังนั้นการชโลมเซรั่มบำรุงเส้นผมที่มีส่วนผสมของสารกันแดดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถปกป้องสุขภาพเส้นผมของคุณได้ หลังการว่ายน้ำคุณควรล้างผมด้วยน้ำสะอาดในทันที

 

dandruff-56a270423df78cf77275bdd7

11. รังแค

ปัญหารังแคเป็นต้นเหตุทำให้เกิดอาการคันหนังศีรษะ ประเด็นอยู่ตรงที่ยิ่งเกาก็ยิ่งเป็นการทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งก็เป็นสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้ผมหลุดร่วงแบบไม่รู้ตัวนั่นเอง ฉะนั้นคงจะดีกว่าถ้าคุณแก้ปัญหารังแคได้ เพราะจะทำให้อาการคันหนังศีรษะหมดไป ซึ่งคุณอาจจะเลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของซีลีเนียม ซิงค์ และทีทรีออยล์ก็ได้ หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาทางรักษาต่อไป

12. ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด

สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องรับประทานยาบางชนิดเป็นประจำ เช่น ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียด ยาคุมหรือยาที่มีสาวนผสมของกลุ่มฮอร์โมน คุณอาจต้องเจอกับปัญหาผมร่วงมากกว่าติอันเนื่องมากจากผลข้างเคียงจากยาได้ ซึ่งกรณีนี้คุณควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาทางรักษาต่อไป

ใครรู้ตัวว่ามีพฤติกรรมแบบนี้ ควรหันมาดูแลผมอย่างจริงจังก่อนจะสายไปนะคะ เดี๋ยวนี้นวัตกรรมเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็น

1. การฉีด PRP (Platelet Rich Plasma)

เป็นการฉีดเพื่อกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม หรือแม้แต่เซรั่ม และวิตามินบำรุงผมที่ใช้เองที่บ้านง่ายๆ

2. การปลูกผมด้วย Robot Hair Transplant

เป็นเทคนิคการปลูกผมด้วยแขนกลที่มีประสิทธิภาพสูง และได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ไร้แผลผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติทันทีหลังจากปลูกผม

3. การปลูกผมด้วยวิธี Hair Stem Micro Transplant

เป็นวิธีการปลูกผมโดยไม่ต้องผ่าตัด ด้วยการใช้สเต็มเซลล์จากรากผมที่แข็งแรงมาผ่านกระบวนการ และฉีดกลับเข้าไปยังบริเวณที่ต้องการปลูกผม โดยสเต็มเซลล์จะเข้าไปกระตุ้นให้รากผมที่อ่อนแอแข็งแรงและทำให้เส้นผมที่งอกใหม่แข็งแรงมากขึ้น

ข้อมูล : apexprofoundbeauty.com

ผมร่วงมากแค่ไหน ทำไมต้องรีบปรึกษาแพทย์?

ผมร่วงมากแค่ไหน ต้องรีบปรึกษาแพทย์?

อธิบดีกรมการแพทย์เตือนผมร่วงต่อเนื่องเกินวันละ 30-50 เส้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ชี้อาจเป็นสัญญาณเตือนที่เกิดจากโรคหรือความผิดปกติของร่างกาย เช่น โรคเอสแอลอี ไทรอยด์ ซิฟิลิส โรคตับ โรคไต

นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โดยปกติผมของคนเรามีประมาณ 80,000-1,200,000 เส้น งอกยาวขึ้นประมาณวันละ 0.35 มิลลิเมตรและมีอายุนาน 2-6 ปี ซึ่งปกติจะมีผมร่วงเป็นประจำทุกวัน แต่ไม่เกินวันละ 30-50 เส้น ดังนั้น ผมร่วงผิดปกติอาจเกิดจากสาเหตุๆ เช่น ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ พบได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่มักเกิดกับผู้ชายมากกว่า เนื่องจากรากผมมีความไวต่อฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย ทำให้เส้นผมมีอายุสั้นกว่าปกติและเส้นผมที่เกิดใหม่มีขนาดเล็กและบางลง ส่วนมากจะเป็นบริเวณกลางศีรษะและหน้าผากเริ่มสังเกตได้เมื่อมีอายุ 20 ปี ขึ้นไป ส่วนผู้หญิงมักแสดงอาการหลังวัยหมดประจำเดือน ผมร่วงเนื่องจากผมหยุดเจริญชั่วคราว

ในแต่ละวันจะมีเส้นผมประมาณ 10-15% ที่หยุดเจริญและหลุดร่วงไป แต่ในบางภาวะเส้นผมที่กำลังเจริญอาจหยุดการเจริญในทันที ทำให้มีเส้นผมเสื่อมและหลุดร่วงเพิ่มจำนวนมากกว่าปกติ เช่น ผู้หญิงหลังคลอด ทารกแรกเกิด หลังจากเป็นไข้สูง ได้รับการผ่าตัดใหญ่ เจ็บป่วยเรื้อรัง การเสียเลือด การบริจาคเลือด การใช้ยาบางชนิด และภาวะเครียดทางจิตใจ ผมร่วงชนิดนี้มักจะเกิดขึ้นใน 1-3 เดือน หลังจากนั้นจะหยุดร่วงและงอกขึ้นใหม่ตามปกติ

istock_81430909_large

ผมร่วงเป็นหย่อม เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด จะมีอาการผมร่วงเฉพาะที่ในรูปแบบกลมหรือรี มีขอบเขตชัดเจน ตรงกลางไม่มีเส้นผม หนังศีรษะในบริเวณนั้นไม่แดง ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่เป็นสะเก็ดหรือเป็นขุย บางคนอาจพบเส้นผมสีขาวขึ้นในบริเวณนั้น ผู้ป่วยอาจมีผมร่วงเพียง 1-2 หย่อม หรืออาจมากกว่า 10 หย่อม ถ้าเป็นมากอาจลุกลามจนทั่วศีรษะ บางคนอาจมีขนตาและขนคิ้วร่วงร่วมด้วย ผู้ป่วยบางคนอาจหายไปเองตามธรรมชาติ แต่อาจกินเวลาเป็นปี บางคนเมื่อรักษาหายแล้วอาจกำเริบได้ใหม่ เป็นๆ หายๆ บ่อยครั้ง ซึ่งอาจเป็นร่วมกับโรคต่อมไทรอยด์และโรคด่างขาว

ผมร่วงจากการถอนผม พบได้บ่อยในเด็กที่มีปัญหากดดันทางจิตใจด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ปัญหาทางครอบครัว ปัญหาการเรียน เด็กบางคนอาจถอนผมเล่นจนเป็นนิสัย ผู้ป่วยจะถอนผมตัวเองจนผมแหว่ง หนังศีรษะบริเวณที่ผมร่วงจะไม่มีผื่นคันหรือเป็นขุย และจะพบเส้นผมที่เป็นตอสั้นๆอยู่มาก เนื่องจากผู้ป่วยถอนออกไม่ถนัด

ผมร่วงจากเชื้อรา โรคเชื้อราที่ศีรษะ (กลากที่ศีรษะ) อาจพบได้บ่อยในเด็ก เกิดจากการติดเชื้อรา โรคนี้ผมร่วงเป็นหย่อมๆ เป็นผื่นแดงคันและเป็นขุยหรือสะเก็ด นอกจากนี้ มักจะพบร่องรอยของโรค เชื้อรา (กลาก) ที่มือ เท้า ลำตัวหรือในบริเวณร่มผ้าร่วมด้วย

ผมร่วงจากการทำผม การทำผมด้วยการม้วนผม ย้อมสีผม ดัดผม เป่าผม หรือวิธีอื่นๆ อาจทำให้ผมร่วงได้ จากการที่มีหนังศีรษะอักเสบ หรือเส้นผมเปราะหัก

ผมร่วงจากยาและการฉายรังสี ยาที่อาจทำให้เกิดอาการผมร่วงมีอยู่หลายชนิด เช่น ยารักษามะเร็งการฉายรังสีในการรักษามะเร็ง ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยารักษาคอพอกเป็นพิษ ยาคุมกำเนิด ยาใช้ป้องกันโรคเกาต์

ผมร่วงจากโรคอื่นๆ ผู้ป่วยที่เป็นโรคบางอย่าง เช่น โรคเอสแอลอี อาจมีอาการ ผมร่วง ผมบาง ร่วมกับอาการไข้เรื้อรัง ปวดตามข้อ มีผื่นปีกผีเสื้อขึ้นที่หน้า โรคเรื้อรังบางอย่าง ก็ทำให้ผมร่วงได้ เช่น ไทรอยด์ ซิฟิลิส โรคตับ โรคไต

อธิบดีกรมการแพทย์ แนะนำข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ว่า

1. ควรสระผมทำความสะอาดเส้นผมและผิวหนังของศีรษะอย่างสม่ำเสมอ

2. ไม่ควรเกาหรือขยี้หนังศีรษะแรงจนเกินไป

3. หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีกับหนังศีรษะ เช่น การย้อม ทำสี ดัด ผมที่บ่อยเกินไป

4. หลีกเลี่ยงการดึงหรือถอนผมเล่น

5. หลีกเลี่ยงความเครียดเพราะจะกระตุ้นให้อาการผมร่วงมากขึ้น

ทั้งนี้ อาการผมร่วงในผู้ป่วยบางรายอาจหายเองได้ แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุของโรคและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

Saw Palmetto !!!โปรโมชั่นสุดร้อน!!! *New Promotion* เริ่มแล้ววันนี้ 2019

!!!โปรโมชั่นสุดร้อน!!!
*Saw Palmetto New Promotion*

เริ่มวันนี้ จนกว่าสินค้าจะหมดสต๊อก ช้าอดหมดไว!!!!

Pro x 3

Promotion Mar-2017

Puritan’s Pride Saw Palmetto ขนาด 60 เม็ด 3 ขวด ราคาเพียง 1990 บาท + ฟรีค่าจัดส่ง สินค้ามีจำนวนจำกัด!!!

ลดพิเศษจากราคา 2120 บาท เหลือ 1990 บาท

!!!! สำหรับลูกค้า Saw Palmetto Thailand เท่านั้น!!!!

กดสั่งสินค้าได้เลยครับ

**** โปรโมชั่น ขนาด 60 เม็ด x3 ทานได้ 3 เดือน ***

Puritan’s Pride Saw Palmetto (320 mg extract 60 เม็ด) x3= 2070 บาท
+ค่าจัดส่ง EMS = 50 บาท

รวม 2120 บาท

*** 1990 บาท + ฟรีค่าจัดส่ง EMS ***

**************************************************************************

Pro x 2

Puritan’s Pride Saw Palmetto ขนาด 120 เม็ด 2 ขวด ราคาเพียง 2600 บาท + ฟรีค่าจัดส่ง สินค้ามีจำนวนจำกัด!!!

ลดพิเศษจากราคา 2750 บาท เหลือ 2600 บาท

!!!! สำหรับลูกค้า Saw Palmetto Thailand เท่านั้น!!!!

กดสั่งสินค้าได้เลยครับ

**** โปรโมชั่น ขนาด 120 เม็ด x2 ทานได้ 4 เดือน ***

Puritan’s Pride Saw Palmetto (320 mg extract 120 เม็ด) x2= 2700 บาท
+ค่าจัดส่ง EMS = 50 บาท

รวม 2750 บาท 

*** ลดเหลือ 2600 บาท + ฟรีค่าจัดส่ง EMS ***

 

************************************************************************
**** รายละเอียดในการชำระเงิน (Payment)****

วิธีการชำระเงิน

http://www.sawpalmettothailand.com/payment/

แจ้งชำระเงิน

ชื่อบัญชี : WISSANU AIMWAT
ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์ (Savings Deposits)

ชำระเงินเข้าบัญชี : ธนาคารกรุงเทพ (BKK Bank)
เลขบัญชี (Account No.) : 207-4-111614
สาขา : ปากเกร็ด นนทบุรี (Pakkret)

หรือ

ชำระเงินเข้าบัญชี : ธนาคารกสิกร (KBANK)
เลขบัญชี (Account No.) : 142-243-1843
สาขา : ปากเกร็ด นนทบุรี (Pakkret)

หรือ

ชำระเงินเข้าบัญชี : ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
เลขบัญชี (Account No.) : 273-224329-3
สาขา : บิ๊กซี แจ้งวัฒนะ

………………………………

หลังโอนแจ้งยืนยันเวลาโอน เบอร์โทร และชื่อที่อยู่ในการจัดส่งอีกครั้ง ขอบคุณครับ

 

ช่องทางในการติดต่อเรา

1: Tel : 089-184-4357, 085-131-7349

2: Line :

Add Friend
@fkz9946l : @%40fkz9946l

หรือ

Line Official id: @fkz9946l
(ตัวสุดท้ายเป็นตัว “l” แอล นะครับ อย่าลืมใส่ @ ด้านหน้า)
http://line.me/ti/p/%40fkz9946l

Line id: sawpalmetto

http://line.me/ti/p/BlRU_mnd2Z

Line id: bon_bond

http://line.me/ti/p/PiXRV0rhNO

3: Line Shop : “Saw Palmetto TH”

4: Instagram : sawpalmetto_th

5: Facebook : https://www.facebook.com/SawpalmettoThailand

6: Official Website : http://www.sawpalmettothailand.com/

7: Email : sawpalmetto.th@gmail.com

 QR CODE

3fca1bb0@fkz9946l

Saw Palmetto Thailand Logo

อ่านเพิ่มเติม Saw Palmetto !!!โปรโมชั่นสุดร้อน!!! *New Promotion* เริ่มแล้ววันนี้ 2019

วิธีดูแลเส้นผม ช่วงหน้าฝน

วิธีดูแลเส้นผม ช่วงหน้าแบบนี้คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ให้เส้นผมของคุณนั้นต้องเจอกับน้ำฝน แต่ถ้าคุณมีวิธีแก้ไขให้เส้นผมที่โดนฝนของคุณกลับมาดีเหมือนเดิมก็จะเป็นการดีใช่ไหม

วิธีดูแลเส้นผม ช่วงหน้าฝน

วิธีดูแลเส้นผม ช่วงหน้าฝน (Tips For Keeping Your Hair Safe From Rainy Weather )

ช่วงหน้าฝนแบบนี้คุณคงหนีไม่พ้นแน่ๆ ถ้าจะไม่ให้เส้นผมของคุณนั้นโดนฝนเลย และเวลาโดยฝน เส้นผมก็จะเละเทะ จัดทรงยาก …

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

จนคุณเองจะต้องมานั้งจัดการกับทรงผมใหม่ แต่วันนี้เรามีวิธีดูแลเส้นผมของคุณเมื่อต้องเจอฝนมาฝากกัน
  • ถ้าเป็นไปได้ควรรีบสระผมให้เร็วที่สุด เพราะน้ำฝนที่ตกลงมาจะชะล้างสิ่งสกปรกและเชื้อโรคในอากาศลงมาด้วย นอกจากทำให้ไม่สบายได้ง่าย เส้นผมและหนังศีรษะยังเกิดความชื้นสะสมด้วย
  • ถ้าไม่สะดวกที่จะสระผมทันที ควรนำทิชชูหรือผ้าขนหนูซับบริเวณหนังศีรษะ และเส้นผมเบาๆหรือถ้าใครรู้ตัวว่าจะต้องเผชิญฝนเป็นประจำ จะหาไดร์เป่าผมเครื่องเล็กๆ มาไว้ที่ออฟฟิศก็ไม่ว่ากัน
  • หลังจากเป่าผมจนหมาดแล้ว ควรใช้หวีซี่ห่างๆหวีเบาๆ เพื่อไม่ให้ เส้นผม พันกันและไม่เกิดอาการชี้ฟูหลังจากผมแห้ง
  • ควรหลีกเลี่ยงการสระผมก่อนนอน ถึงแม้จะเป่าผมให้แห้งแล้วก็ยังคงมีความชื้นสะสมภายในซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดรังแคได้ง่าย
  • ควรซับผมให้แห้งหมาดๆ หลังสระ แล้วใช้ผลิตภัณฑ์บำรุง เส้นผม ชนิดไม่ต้องล้างออกชโลมเส้นผมโดยเว้นบริเวณโคนไว้เพื่อป้องกันความมันบนหนังศีรษะ
  • การใช้ไดร์เป่าผมควรเน้นบริเวณโคนผมให้แห้งสนิท เพื่อป้องกันความชื้นและควรเป่าจากบนลงล่างเพื่อให้เกล็ดผมไม่เปิดและเรียงตัวสวย
  • ควรหมักผมสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อบำรุง เส้นผม อย่างล้ำลึก ที่สำคัญควรใช้ปลายนิ้วนวดหนังศีรษะเป็นวงกลมให้ทั่วเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและช่วยให้การผลิตน้ำมันจากรากผมเป็นไปอย่างปกติ
  • ผมแห้งฟูฟ่องหลังจากโดนฝน วิธีแก้แบบด่วนๆ ก็คือการนำครีมทาหน้าหรือออยล์ลูบผมบางๆ ก็เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ดีครับ

    ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก : kbeautifullife.com

แชมพูทางเลือกใหม่สูตรปราศจากซิลิโคน(silicone-free)ลดอาการผมร่วง

ทำไมต้อง silicone-free

silicone_free_new_cover_photo_430x300

ใครที่เดินไปตามซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านขายยาที่เป็นเชนจากญี่ปุ่นอาจจะเห็นผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่เคลมว่า “ปราศจากซิลิโคน” กันมาบ้าง และกำลังค่อย ๆ มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ว่าแต่ว่าซิลิโคนถูกใส่มาในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมเพื่ออะไร และทำไมบางผลิตภัณฑ์จึงต้องปราศจากซิลิโคน?

black_hair

Black_hair

ซิลิโคนเป็นสารโพลิเมอร์สังเคราะห์ที่ใช้กันมากในวงการเครื่องสำอาง ในผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมนั้นจะมีซิลิโคนสองชนิดที่พบได้บ่อย คือ Dimethicone ที่มีลักษณะเหมือนน้ำมัน ช่วยเคลือบเส้นผมให้เรียบ ลื่น ลดการเสียดสีได้ดี กับอีกชนิดคือ Cyclopentasiloxane ซึ่งมีความบางและเหลวมาก ระเหยได้ไว จึงช่วยทำให้เส้นผมมีความเงางามโดยไม่ทำให้รู้สึกเหนียว มักจะนิยมใช้ในผลิตภัณฑ์ชนิดที่ไม่ต้องล้างออก อย่าง Hair Serum การันตีได้เลยว่าร้อยทั้งร้อยต้องเจอส่วนผสมตัวนี้แน่นอน

แชมพูที่ผสมซิลิโคนลงไปนั้นเราเรียกว่า Conditioning Shampoo หรือ 2-in-1 Shampoo หรือชื่อไทย ๆว่าแชมพูผสมครีมนวด ถูกพัฒนาขึ้นมากว่า 30 ปีแล้ว หลักการง่าย ๆ คือการกระจายอนุภาคของซิลิโคนลงไปในเนื้อแชมพูโดยใช้ผลึกขนาดเล็กของ Glycol Stearate (หรือสารที่มีความใกล้เคียงกัน) ที่ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์ดูเป็นประกายมุกสวยงาม คอยอุ้มซิลิโคนเอาไว้ไม่ให้แยกชั้น เมื่อเรานำมาผสมน้ำและขยี้เป็นฟอง โครงสร้างนี้จะแยกออก ปล่อยอานุภาคของซิลิโคนมาติดเส้นผมและเคลือบเอาไว้แม้แชมพูจะถูกน้ำล้างออกไปแล้วก็ตาม ส่งผลให้ผมมีความนุ่ม เรียบลื่น และไม่พันกัน ในคอนดิชันเนอร์ ครีมนวดผม หรือมาส์กหมักผมก็จะมีส่วนผสมของซิลิโคนและไขมันหรือแว๊กซ์อื่น ๆผสมในปริมาณที่มากกว่าแชมพู เพื่อช่วยเคลือบเส้นผมเอาไว้ ให้เอฟเฟคของผมที่เรียบลื่นยิ่งขึ้น

dimethicone

Dimethicone

ส่วนผสมในผลิตภัณฑ์แชมพู คอนดิชันเนอร์นั้นโดยทั่วไปแล้วเหมือนกันมาก อาจจะแตกต่างกันบ้างจากส่วนผสมของสารสกัดหรือน้ำมันราคาแพงที่ใส่ลงไปเพื่อเป็นจุดขายของสินค้า แต่ปัจจัยที่ทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความแตกต่งกันและเหมาะกับเส้นผมแต่ละชนิดนั้นอยู่ที่สัดส่วนของส่วนผสมแต่ละชนิด ปริมาณของซิลิโคนและสารเคลือบที่ค้างอยู่หลังล้างออก ยกตัวอย่างเช่น สูตรที่ผสมซิลิโคนและสารเคลือบผมอยู่น้อยก็จะเหมาะกับผมเส้นเล็กที่ลีบแบนง่าย สูตรที่มีซิลิโคนและสารเคลือบเยอะก็จะเหมาะกับผมที่แห้งเสียมาก สำหรับผมทำสีหรือผ่านการทำเคมีเส้นผมจะมีคุณสมบัติทางประจุเปลี่ยนไป ก็ต้องใช้สูตรที่ออกแบบมาเพื่อผมทำสีโดยเฉพาะ

แม้ว่าซิลิโคนจะเป็นส่วนผสมที่ช่วยให้เส้นผมของเราสวยงามได้อย่างรวดเร็ว และนับส่วนผสมที่มีประโยชน์มากทีเดียว แต่ในระยะหลังก็เริ่มมีความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ปราศจากส่วนผสมชนิดนี้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งก็มีเหตุผลเบื้องหลังอยู่หลายประการ

water

Water

ด้วยความที่ซิลิโคนเป็นสารที่ไม่ได้มีอยู่ในธรรมชาติ และส่วนมากก็ย่อยสลายตามธรรมชาติไม่ได้ ซิลิโคนในผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมอย่างแชมพู คอนดิชันเนอร์ก็จะถูกชะล้างไหลลงท่อไปยังแหล่งน้ำ จึงมีกระแสส่วนหนึ่งที่ต้องการลดการใช้ซิลิโคนในผลิตภัณฑ์เพื่อปกป้องสภาพแวดล้อมนั่นเอง เพื่อให้โลกเราสวย พวกเรามาช่วยกัน

biotin ช่วยลดปัญหาผมร่วง

man-in-shower

Hairloss

และเนื่องจากซิลิโคนเป็นสารที่ติดเส้นผมและหนังศีรษะของเราได้ดีทีเดียว และเมื่อเราใช้ติดต่อกันก็จะมีการสะสมตัวของซิลิโคนมากขึ้นเรื่อย ๆ บางคนอาจจะประสบปัญหาผมลีบ แบน หนัก ไม่พริ้ว ขาดชีวิตชีวา ในประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ตลาดของผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมสูตรปราศจากซิลิโคนเติบโตสูงมากเนื่องจากคนประเทศนี้เขามีปัญหาผมร่วงหัวล้านกันเยอะ และเขาเชื่อว่าการสะสมของซิลิโคนบนหนังศีรษะทำให้รากผมอ่อนแอจนเส้นผม say good bye ลาก่อนจากหนังหัวจนบางโล้นได้นั่นเองจ้า

acne

Acne

อีกประเด็นหนึ่งก็คือเรื่องของอาการแพ้และการอุดตัน อย่างที่กล่าวมาข้างต้นคือซิลิโคนนั้นติดเส้นผมและผิวหนังได้ดี แม้จะล้างด้วยแชมพูหรือน้ำปริมาณมากก็ยังคงมีหลงเหลืออยู่ บางคนที่มีผิวค่อนข้างไว หรืออุดตันได้ง่ายอาจเกิดปัญหาของสิว ตุ่มแดง หรือตุ่มหนองขึ้นบนหนังศรีษะ ตามแนวไรผม และอาจลามไปจนถึงกรอบหน้า ลำคอ และแผ่นหลัง ในจุดที่น้ำจากการล้างแชมพูและคอนดิชันเนอร์ไหลไปโดน

หากใครมีความกังวลหรือมีปัญหาตามที่กล่าวมานี้ คงไม่เสียหายที่จะหันมามองและลองใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสูตรปราศจากซิลิโคนดูบ้าง ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะชดเชยส่วนผสมของซิลิโคนด้วยการเน้นไปที่สารลดแรงตึงผิวประจุบวก (Cationinc Surfactant) โพลิเมอร์ประจุบวก (Cationinc Polymer) และส่วนผสมของน้ำมัน บัตเตอร์ แว๊กซ์จากธรรมชาติ แต่ก็ต้อทำความเข้าใจกันก่อนว่า ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากซิลิโคนนี้อาจจะไม่ได้ทำให้ผมนิ่มลื่นได้เท่ากับของที่เราเคยใช้ และอาจจะต้องใช้เวลามากขึ้นกับการหมักคอนดิชันเนอร์สักบนผมสัก 2 – 3 นาทีก่อนที่จะล้าง เพื่อให้สารเคลือบที่ใช้ทดแทนซิลิโคนทำหน้าที่ของมันได้ดีที่สุด

products

8851332018414Regro Hair Protective Shampoo

Products

ในประเทศไทยเริ่มมีตัวเลือกของผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ปราศจากซิลิโคนกันมากขึ้น วันนี้เลยขอยกผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาให้ลองดูเป็นตัวเลือกกัน เริ่มที่ 1.Kiehl’s Amino Acid Shampoo (250ml – 850 Baht) แชมพูสูตรอ่อนโยนพิเศษสำหรับทุกสภาพเส้นผม พร้อมกลิ่นมะพร้าวหอมเหมือนขนม ใช้คู่กับ 2. Kiehl’s Amino Acid Conditioner (250ml – 850 Baht) ช่วยให้เส้นผมนุ่มหอม สำหรับคนที่ทำสีผมก็สามารถลองใช้
3. Kiehl’s Sunflower Color Preserving Conditioner (200ml – 850 Baht) ที่ช่วยเก็บล็อคสีผมได้นานขึ้น แถมยังทำให้ผมนิ่มและหอมอีกด้วย ถ้าอยากบำรุงให้ล้ำลึกขึ้นลองใช้คู่กับ
4. Kiehl’s Sunflower Color Preserving Deep Recovery Pak (250ml – 1,500 Baht) หมักผมสัปดาห์ละครั้ง ตัวนี้จะเอามาอบไอน้ำก็ได้ ส่วนทางเลือกที่ราคาเป็นมิตรขึ้นมาอีกหน่อยก็คงจะมีคอลเลคชั่น Rainfores ของ The Body Shop ซึ่งใครที่ต้องการให้สีผมดูสดใสก็เหมาะกับ
5. The Body Shop Rainforest Radiance Shampoo (250ml – 420 Baht)
6. The Body Shop Rainforest Radiance Conditioner (250ml – 450 Baht) นอกจากนี้ยังมีแบรนด์จากฝั่งญี่ปุ่นอย่าง MUJI ที่ปรับสูตรแชมพูและคอนดิชันเนอร์ทั้งหมดของเขาให้เป็นสูตร Silicone-Free กันเลยทีเดียว ใครที่ผมเสียจากการทำเคมีก็น่าจะเหมาะกับ
7. MUJI Herb Fragrance Shampoo (400ml – 550 Baht)
8. MUJI Herb Fragrance Conditioner (200ml – 450 Baht) ที่กลิ่นหอมแนวสมุนไพร และสามารถนำขวดกลับมาใช้ใหม่ได้อีกด้วย ไอเทมที่น่าสนใจตัวสุดท้ายคือ
9. Pantene Pro-V Aqua Pure Shampoo (400ml – 149 Baht) ซึ่งเป็นแบรนด์แมสแบรนด์แรกที่ชูจุดเด่นเรื่อง Silicone-Free ในการสื่อสารกับผู้บริโภค ใช้แล้วผมจะรู้สึกเบาสบาย สามารถใช้สลับกับแชมพูสูตรที่ใช้อยู่เป็นประจำเพื่อช่วยล้างซิลิโคนที่สะสมจนทำให้ผมหนักลีบแบนได้
10. SYOSS Silicone Free Repair Shampoo and Conditioner (500ml – 179 Baht) ตัวนี้หลังจาก Mr.Hair Man ลองใช้เอง สระสะอาด เส้นผมไม่แห้งฝืดจนเกินไป หนังศีรษะสะอาด

Credit:
http://www.kwique.com/beauty/article/why-silicone-free

โพสต์โดย Saw Palmetto Thailand เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2015